มหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่มั้ย พ.ศ.นี้

มหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่มั้ย พ.ศ.นี้

มีใครรู้จักหรือ เคยได้ยิน หรือรู้ว่า ข้อความข้างต้น คืออะไรบ้าง?

 

ถ้าคุณกำลังมีลูกในวัยประถมหรือเล็กกว่านี้ ควรจะทำความรู้จักกับคำเหล่านี้ให้มากๆ เพราะระยะทางกว่าลูกจะถึงวัยเข้ามหาวิทยาลัย โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย 

 

ข้อความข้างต้น คือ คอร์สการเรียนออนไลน์ที่ทั่วโลกรู้จักกันซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น มีทั้งสำหรับการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และที่น่าสนใจกว่าคือ เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง GOOGLE IBM ลงมาในตลาดการศึกษาพร้อมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและเงินทุนให้เรียนกันฟรีหรือราคาประหยัดสำหรับคนที่ทำงาน IT โดยเฉพาะ 

 

คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับ การศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยเฉพาะในแถบยุโรป สหรัฐ?

 

คำตอบคือ อัตราการเลิกเรียนกลางคันหรือการไม่เรียนต่อระดับอุดมศึกษาสูงขึ้น คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการใบปริญญามากเท่าความรู้เฉพาะเพื่อทำงาน อีกทั้ง องค์กรใหญ่ๆก็เปิดกว้างรับคนที่มีฝีมือจริงๆที่อาจจะไม่ได้มีปริญญามากขึ้น รวมไปถึง นักธุรกิจร้อนล้านพันล้าน ในกลุ่มสตาร์ทอัพมากมายที่มีความสามารถสร้างธุรกิจได้โดยไม่ได้จบปริญญาหรือเลิกเรียนกลางเป็นกลายเป็น ไอดอล ของคนรุ่นใหม่ และสุดท้ายค่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้นสูงมากจนทำให้เด็กจบใหม่จบมาพร้อมหนี้ก้อนโต ในขณะที่ได้รับค่าตอบแทนไม่สมกับค่าลงทุนในการเรียนที่สูงลิบลิ่ว ถ้าเป็นเช่นนี้ จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยไปเพื่ออะไร

 

หากลองไปถามเด็กๆทุกวันนี้ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร 50% ของเด็กๆจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องเทคโนโลยีและโลกออนไลน์ ความต้องการคนทำงานด้านไอที ก็มีสูงขึ้นมาก จนทำให้หลายอาชีพกำลังหายไป บางอาชีพก็หายไปแล้ว 

 

ในขณะที่มหาวิทยาลัยยังคงมีคณะเดิมๆ มีการสอนรูปแบบเดิม ตำราเดิม หลักการเดิมที่เคยใช้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่จำนวนอัตราการเรียนต่อในต่างประเทศลงลง 

 

ในขณะที่การเรียนรูปแบบใหม่อย่างการเรียน ออนไลน์เกิดขึ้น เป็นการเรียนที่ตอบสนองความต้องการ ทั้งค่าใช้จ่ายถูกกว่า เรียนเวลาไหนก็ได้ เรียนมากเรียนน้อย เรียนเร็วเรียนช้าได้ตามใจผู้เรียน วิชาไหนมีประโยชน์ใช้งานได้จริง คนสอนเก่ง สอนดี คนเรียนก็มาก คนเรียนถือไพ่เหนือกว่าคนสอน สถาบันอุดมศึกษาของสหรัฐจึงต้องปรับตัว ไม่สามารถยึดถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ชื่อดัง อันดับหนึ่งแล้วจะอยู่รอด ลูกค้า(นักศึกษา)ไม่เลือกซื้อแล้วจะทำอย่างไร

 

จึงปรากฎมีการร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐสร้าง Platform รูปแบบการศึกษาออนไลน์ที่ทั้งฟรีหรือถูกกว่าปกติเปิดรับลูกค้าทั่วโลกไปเลย โดยสามารถเลือกเรียนได้ทั้งเป็นรายวิชาที่สนใจหรือเรียนเต็มรูปแบบเพื่อได้รับ Certificate ใบประกาศ ใช้สมัครงานได้จริง

 

เมื่อมือาชีพเข้ามา “เล่น” ด้วย

 

เมื่อรูปแบบการศึกษาเปิดกว้างกลายเป็นตลาดสำหรับคนทั่วโลกขนาดนี้ ย่อมเป็นที่น่าสนใจสำหรับคนวงการอื่นๆ ที่พร้อมจะเป็นครูสอนในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และนี่เป็นยุคทองของผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ไม่ใช่ยุคของใบปริญญาอย่างเดียวแล้ว ถ้าต้องการเป็นเรียนทำอาหารให้เก่งๆ ระหว่างเรียนกับคณะคหกรรม กับเรียนกับ เชฟ GORDON RAMSAY จาก HELL KITCHEN คิดว่าคนรุ่นใหม่จะอยากเรียนที่ไหน ถ้าอยากเรียนเรื่องฟิล์ม เรื่องภาพยนตร์ระหว่างไปเรียนคณะ  นิเทศน์กับเรียนกับ JODIE FOSTER คนรุ่นใหม่จะเรียนกับใคร ยิ่งในวงการ IT ที่คนรุ่นใหม่ทั่วโลกสนใจด้วยแล้ว ระหว่างคณะวิศวคอมพิวเตอร์ที่กว่าจะเปลี่ยนตำราเล่มใหม่ออกมากับ เรียนจากองค์กรไอทีระดับโลกอย่าง IBM หรือ GOOGLE คนจะเลือกเรียนอะไร คนรุ่นใหม่ไม่เลือกจ่ายเงินให้กับใบปริญญาเป็นทางเลือกเดียวสำหรับอนาคตอีกต่อไป แต่จ่ายเงินให้ทักษะ ความรู้ที่จะสร้างความก้าวหน้าที่จับต้องได้จริง ในระยะเวลาที่ไม่ต้องนานถึง 4 ปี

 

กลับมาที่ประเทศไทย แม้ว่า ความต้องการเรียนต่อระดับอุดมศึกษายังอยู่ในระดับสูง แต่ก็จำกัดในบางคณะที่เป็นคณะดั้งเดิมและในมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐ บางคณะที่เคยเป็นคณะดังแต่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ เพราะไม่รู้ว่าเรียนแล้วไปทำงานอะไรก็ต้องปรับตัวอย่างหนัก อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวตามลูกค้าเช่นกัน ต้องมีรายวิชาใหม่ๆที่ทันยุคทันสมัยให้คนเรียนรู้สึกว่าเรียนแล้วไปทำอะไรได้ ในขณะที่ตัวมหาวิทยาลัยก็ปรับตัวด้วยการใช้เทคโนโลยีมีสื่อออนไลน์เปิดรับนักเรียนจากทั่วประเทศ เรียกว่าเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ที่ไม่ใช่แค่เด็กอายุ 18 อีกต่อไป 

 

มหาวิทยาลัยเอกชนในไทยยิ่งต้องปรับตัว เนื่องจากเป็นเอกชนจึงมีการปรับตัวได้รวดเร็วกว่า มีคณะมีภาควิชาใหม่ๆ ที่ทันสมัยสอดรับความต้องการด้านเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากนักศึกษา 

 

สถาบันอุดมศึกษาต่างรู้ดีว่า การที่มีนักศึกษามาเรียนต่อน้อยลง ไม่ใช่เพราะเด็กเกิดน้อยลง  (นั่นเป็นสาเหตุเล็กๆข้อเดียว) แต่เพราะความต้องการในอาชีพที่ต้องการใบปริญญาเป็นใบเบิกทางลงลงไปเรื่อยๆต่างหาก

 

แล้วมหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่หรือไม่

 

กลับมาที่คำถามแรก คำตอบคือ ยังจำเป็นสำหรับอาชีพแบบดั้งเดิมที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพ อย่างเช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวะ สถาปนิก ผู้สอบบัญชี ผู้พิพากษาเป็นต้น วิชาชีพเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการเรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติรวมไปถึงจริยธรรม เพราะเป็นอาชีพกระทบต่อชีวิตของคนอื่นสูงหากทำผิดพลาด

 

ในขณะที่มีอาชีพมากมายซึ่งเป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบปริญญาอะไรแถมทำเงินได้มากมาย อีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็น Youtuber Gamer e-sport  Influencer Internet marketing Blogger และอื่นๆอีกมากมายที่ใช้ความรู้ทางด้าน IT การขายของออนไลน์ และรวมไปถึง นักลงทุน การเป็นผู้ประกอบการ Startup คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเลือกทำงานอิสระ Freelance เป็นนายตัวเองมากกว่าการต้องไปเป็นลูกจ้างประจำในองค์กรอื่นๆหรือเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจแบบคนรุ่นพ่อแม่

อาชีพใหม่ๆเหล่านี้ ไม่ต้องการใบปริญญา แต่ต้องการคนรู้จริงเก่งจริง มีผลงาน แถมรับงานได้ทั่วโลก ในกรณีที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ 

 

งานใหม่ในโลกต้องการคนทำงานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นใครที่ไหนก็ตาม

 

IBM จ้างพนักงาน IT จากประเทศอินเดียมากกว่าพนักงานในสหรัฐเสียอีก เพราะค่าแรงที่ต่ำกว่าแต่ประสิทธิภาพสูงเท่ากัน องค์กรระดับประเทศทั่วโลกไม่ได้สนใจว่าคุณจะจบมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ไหนมาอีกต่อไป หรือต้องเป็นคนสัญชาติไหน แต่มองหา Outsource คนทำงานที่ตอบโจทย์ได้ บริษัทคนไทยเก่งๆทำงานด้านอะนิเมชั่นให้กับดิสนี่ย์โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่านั่นคือฝีมือคนไทย

 

ดังนั้น นี่คือโลกยุคใหม่ที่กำลังพลิกโฉมวงการศึกษา เมื่อองค์กร ต้องการคนเก่งจริงคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมากกว่าแค่คนที่แค่มีใบปริญญาอย่างเดียว เมื่องานต้องการคนที่ทำงานได้จากที่ไหนก็ได้เป็นใครก็ได้ขอให้รับผิดชอบภารกิจสำเร็จตามกำหนด ก็จ่ายเงินโดยไม่ต้องรู้จักันเป็นการส่วนตัว เมื่ออาชีพใหม่ๆไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาเป็นใบเบิกทางแต่ต้องใช้ความสามารถและความเป็นตัวจริงในเรื่องนั้น และเมื่อการเป็นเจ้าของธุรกิจคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ใฝ่ฝัน การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจึงตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่น้อยลงไปเรื่อยๆ 

 

ไม่ต้องแปลกใจหรือตกใจ หากลูกของคุณบอกว่า ไม่อยากเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย  สิ่งที่คุณต้องทำคือ ช่วยค้นหาว่าสิ่งที่ลูกต้องการทำคืออะไร ส่งเสริมลูกให้ไปทางนั้น อย่าได้ยึดติดกับใบปริญญาอีกต่อไป เพราะสิ่งสำคัญที่พ่อแม่หวังคือ การให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต รับผิดชอบ เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ไม่ต้องกลับมาเป็นภาระของพ่อแม่อีกมากกว่าจริงหรือไม่





 

มหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่มั้ย พ.ศ.นี้

พัสชนันท์ คงวณิชกิจเจริญ

INSPIRING LEADER

Global Partner of Genius School Thailand  นักธุรกิจหญิง ผู้ค้นพบเส้นทางประสบความสำเร็จของตนจากการเข้าใจตัวเอง ทำให้เธอมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีธุรกิจมากกว่า 20 ธุรกิจ