ทำไมคุณถึงควรดีใจที่ลูกดื้อ อย่ากลัวที่จะแตกต่าง

ทำไมคุณถึงควรดีใจที่ลูกดื้อ อย่ากลัวที่จะแตกต่าง

โชค 2 ชั้น เมื่อลูกคุณเป็นเด็กดื้อ

 

“เด็กดื้อ คือเด็กฉลาดจริงไหมคะ คุณครู” คุณแม่ท่านหนึ่งถามขึ้นมาในการประชุมผู้ปกครอง ก่อนที่ผมจะตอบอะไรออกไป คุณแม่ก็สัมทับมาอีกว่า “คุณแม่รู้สึกว่าลูกดื้อมากเกินไป บอกอะไรก็ไม่ฟัง ให้ทำอะไรก็ไม่ยอมทำ ไม่เหมือนลูกคนอื่นเค้าเลย จะต้องทำอย่างไรดีคะ”

 

 

โชคชั้นที่ 1 ลูกดื้อ แปลว่า สมองของลูก ทำงาน สร้างการเรียนรู้

 

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาเข้าใจธรรมชาติของเด็กกันก่อน เด็กทุกคนที่เกิดมา มาพร้อมกับสมองที่ต้องการการเรียนรู้ และการเรียนรู้นั้นเกิดได้จากการทดลอง ในกรณีนี้ขอให้สังเกตุก่อนว่าที่เค้าดื้ออยู่นั้น เค้ากำลังเรียนรู้ผ่านการทดลองอะไรอยู่หรือเปล่า เพราะในการทดลองของสมองนั้น จะมีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรา….” เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไปอาบน้ำตามที่แม่บอก ผลที่ได้ แม่ชื่นชม การทดลองนี้ส่งผลเชิงบวก สมองก็จะเรียนรู้และเก็บไว้ แต่ไม่จบเพียงเท่านี้ สมองยังคงต้องการการเรียนรู้ด้วยแนวคิดที่ต่างไป นั่นคือสมองกำลังจะทำการทดลองครั้งต่อไปว่า ในสถานการณ์เดิม ถ้าไม่ทำเหมือนเดิม ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เมื่อแม่เรียกอาบน้ำครั้งต่อไป ก็เลยเกิดการทดลองต่อต้าน และครั้งนี้ แม่ไม่ชื่นชม ซึ่งสมองก็ได้เรียนรู้เช่นกัน และสมองของมนุษย์ในวัยเด็กนั้น คือการทดลองละเก็บข้อมูลแบบนี้วนไปเรื่อยๆ ซึ่งนั่นแปลว่า ผมมีข่าวดีให้กับคุณแม่ท่านนั้น นั่นคือ การที่ลูกดื้อ แปลว่า สมองของเค้ายังทำงานอยู่ ยังคงสร้างการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

โชคชั้นที่ 2 เปลี่ยนพฤติกรรมลูกด้วยความเข้าใจ โอกาสในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย

 

สิ่งที่ผมฝากกับคุณแม่ท่านนั้นไป คือ ต้องแยกให้ออกว่า ลูกกำลังต่อต้านเพื่อการทดลอง ซึ่งจะได้รับการเรียนรู้ หรือ กำลังต่อต้านเพราะเค้ารู้สึกไม่ปลอดภัยกับสถานการณ์นั้นๆ กันแน่ ขอย้อนกลับไปที่สถานการณ์เดิม คือเรียกอาบน้ำแล้วเค้าดื้อ ไม่ยอมไป แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การทดลอง แต่เป็น การแสดงออกทางอารมณ์ หรือ Self Expression ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากในศตวรรษนี้ การไม่ยอมไปอาบน้ำครั้งนี้ เค้าแสดงออกถึงความไม่ปลอดภัย เค้าอาจจะเคยทดลองแล้วพบว่าการเชื่อแม่ ไปอาบน้ำนั้น เค้ารู้สึกเป็นอันตราย มันคือภัยคุกคาม ซึ่งเค้าไม่ต้องการที่จะเข้าสู่สถานการณ์นั้นอีก จึงแสดงออกทางอารมณ์ต่อต้าน ดังนั้นคุณแม่ต้องจัดการโดยการทำความเข้าใจถึงภัยคุกคาม นั่งพูดคุย หรือชวนให้สมองเค้ากลับมาทดลองอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ผลลัพธ์มันจะแตกต่างจากเดิม และนี่คือจุดเปลี่ยน ที่คุณแม่จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของเค้าได้เพียงแค่เข้าใจก่อนว่าจะรับมืออย่างไรดี เพราะถ้าคุณแม่ยังคงใช้วิธีเดิม คือการบังคับ หรือออกคำสั่ง สิ่งที่จะตามมาก็คือ เค้าอาจจะยอมด้วยร่างกาย แต่ภายในนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้างไม่สามารถรู้ได้เลย ซึ่งมันคือจุดเริ่มต้นของอาการ ดื้อเงียบ เก็บกด และซึมเศร้าในที่สุด

 

ในการที่จะเข้าใจพฤติกรรมเด็กนั้นต้องใช้เวลาร่วมกัน อย่าลืมว่าเรารักเขาและเขาก็รักเรา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหยุดการเปรียบเทียบข้ามยุค ว่าสมัยเราโดนอะไรมายังรอดมาได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ทาง Genius School ยินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้ให้กับทุกท่านอยู่เสมอ 

 

หากคุณสนใจให้ลูกของคุณเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต ติดต่อมาที่ Line@ : @geniusschoolth

ทำไมคุณถึงควรดีใจที่ลูกดื้อ อย่ากลัวที่จะแตกต่าง

นุกูล ลักขณานุกุล

PERSONALIZE PATHWAY CURRICULUM LEADER

ผู้แปลหนังสือมั่งคั่งระดับตำนาน หนังสือเพื่อมุ่งเข้าใจตัวตน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับโลก ในศตวรรษที่ 21