ครูต่างจังหวัด สำคัญกว่าที่คุณคิด (ครูชนบท - ครูบ้านนอก แม่คนที่สองของลูกศิษย์)

ครูต่างจังหวัด สำคัญกว่าที่คุณคิด (ครูชนบท - ครูบ้านนอก แม่คนที่สองของลูกศิษย์)

“หลายครั้งที่ต้องไปตามถึงบ้าน ทำไมขาดเรียนหลายวัน พอไปเห็นสภาพก็น่าเวทนา ยายคนเลี้ยงไม่สบาย ไม่มีใครดูแล ไม่มีเงินไปซื้อยา เราก็ช่วย แต่ก็มีพวกดื้อๆ นะ หนีไปสูบยา ไปมั่วสุม เราก็ไปตามให้กลับมาเรียนเถอะ จะจบอยู่แล้ว เค้าเห็นเราก็วิ่งหนี เราก็ตามไปอีก ตอนนั้นยังสาวๆมีแรงดี เป็นห่วงพวกเค้าจริงๆ อยากให้มีอนาคตดีๆ”

-คุณครูต่างจังหวัดเกษียณอายุท่านหนึ่ง-

 

ท่ามกลางสภาพการแข่งขันอย่างหนักในระบบการศึกษา คะแนนวัดผลประเมินต่างๆ จากการสอบที่มีมากจนแทบจำชื่อกันไม่ได้ (O-NET, I-NET,B-NET,V-NET, N-NET,GAT,PAT) การสอบแข่งขัน สอบเข้ากันอย่างดุเดือดไล่ลงมาในระดับเล็กลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นอนุบาล ส่งผลให้คุณครูกลายเป็นทั้งความหวังและความรับผิดชอบหลักที่ทุกคนจะโยนให้ คุณครูจึงพยายามอัดเนื้อหาเข้าไปให้มากที่สุด ตามมาด้วยการบ้านของเด็กๆ จำนวนที่ต้องแบกกลับบ้านมาตรวจให้ทัน ในขณะที่ถ้าผลการสอบของเด็กๆ ออกมาได้ดี โรงเรียนนั้นๆ ก็ได้หน้า แต่ถ้าผลออกมาต่ำกว่าเกณฑ์เด็กตกเยอะ คุณครูเตรียมรับคำต่อว่าจากทุกฝ่าย นี่คือสภาพของคุณครูในกรุงเทพฯ และตัวเมืองใหญ่ที่ต้องเจอแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แต่คุณครูต่างจังหวัดหรือที่เรียกกันว่าง่ายๆ คุณครูบ้านนนอก ไม่ได้มีภาระเพียงทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กๆ คะแนนดี แต่บางคนเริ่มตั้งแต่ ทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กๆ มาโรงเรียน ทำอย่างไรให้โรงเรียนไม่ถูกยุบ ทำอย่างไรให้เด็กมีข้าว มีอาหารที่ถูกโภชนาการเพียงพอ ทำอย่างไรให้เด็กๆ อ่านหนังสือออก ทำอย่างไรให้ไม่ติดยา ไม่ตั้งท้องในวัยเรียน ไม่โดดเรียนไปมั่วสุม ทำอย่างไรให้เด็กๆ ที่เรียนดีได้เรียนต่อเพราะครอบครัวยากจน และอีกสารพัดทำอย่างไรที่หลายครั้งก็ไม่ได้เกี่ยวกับการศึกษา แต่สำคัญกว่า เพราะมันคือชีวิตผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูก ลูกศิษย์

 

เมื่อถึงตอนเที่ยง เด็กนักเรียนและคุณครูในเมืองลงมากินอาหารที่แม่ครัวเตรียมไว้ให้ แต่โรงเรียนต่างจังหวัดขนาดเล็กจำนวนมากที่คุณครูต้องมาเป็นแม่ครัว ทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ และครูด้วยกันจากผักในแปลงที่ร่วมกันปลูก ช่วยกันดูแล สภาพของคุณครูต่างจังหวัดกับเด็กนักเรียน จึงมีความใกล้ชิดกันเป็นดั่งแม่คนที่สองที่ไม่ได้ดูแลแค่เรื่องเรียน แต่ห่วงใยไปจนถึงครอบครัวของลูกศิษย์  ความผูกพันกันใกล้ชิดกันดังพ่อแม่คนที่สองนี้ มีความสำคัญมากกับลูกศิษย์ มีผู้ใหญ่ในบ้านเมือง คุณหมอ นักแสดง นักร้อง คนมีชื่อเสียงมากที่ยอมรับว่า บุคลลสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นผู้ทั้งฉุด ดึง ดันจนทำให้มีชีวิตที่ดีอย่างที่เป็น เพราะมีครูบางคนในวัยเด็กที่รักและเอาใจใส่อย่างแท้จริง

 

Relational Mindset : ความสัมพันธ์กับศิษย์มีความสัมพันธ์กับความสำเร็จในอนาคต

 

“สภาพที่นักเรียนรู้สึกว่าได้รับความเอาใจใส่ รับฟังเห็นอกเห็นใจจากครู นักเรียนจะรู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจที่จะเรียน”

-Eric Jensen จาก บทความ Relational Mindset -

 

ที่มา thepotential.org

 

ในขณะที่พ่อแม่ต้องออกไปทำมาหากินไม่มีเวลาดูแลลูกมากนัก บางคนส่งลูกมาอยู่กับปู่ย่าตายายที่ต่างจังหวัด ช่วงเวลาที่เด็กๆ รู้สึกได้ว่ามีคนใส่ใจดูแลก็คือช่วงเวลาที่โรงเรียน เวลาที่คุณครูสั่งสอนอบรม พูดคุย จึงพูดได้ว่า บทบาทของคุณครูต่างจังหวัดไม่ใช่แค่เพียงให้วิชาการ ทำให้คะแนนดี แต่คือผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตของลูกศิษย์ให้ดีขึ้นด้วยความรักและความใส่ใจ

 

เมื่อคะแนนสอบ “หลอกตา” 

 

การทดสอบระดับชาติ Onet และนานาชาติอย่าง PISA ของนักเรียนไทยโดยรวมเพิ่มขยับสูงขึ้น คำถามที่เกิดขึ้นคะแนนที่สูงขึ้นนั้นเป็นภาพรวมการศึกษาที่ดีขึ้นของทั้งประเทศจริงๆ หรือเป็นแค่ภาพลวงที่มาจากการเด็กกลุ่มน้อยแต่ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่สูงกว่าเพียงหยิบมือเดียวของประเทศ นั่นคือเด็กในกรุงเทพฯ (สาธิต,เครือคาทอลิก,โรงเรียรัฐระดับหัวกะทิ) และโรงเรียนดังประจำจังหวัดใหญ่ๆ บางแห่ง แต่โรงเรียนเล็กๆ ตามชนบท โรงเรียนในอำเภอที่ห่างไกล ซึ่งมีจำนวนมากกว่า ไม่ได้รับการพัฒนาให้ขยับสูงขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งๆ ที่คุณครูในโรงเรียนเหล่านั้นคือบุคคลสำคัญมีผลต่อการพัฒนาเยาวชนไทยให้กลายเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศอย่างแท้จริง 

คะแนนการทดสอบระดับชาติที่รัฐพยายามจัดทำขึ้น นอกจากจะไม่ได้บอกสถานะความเป็นจริงแล้ว ยังเพิ่มภาระให้คุณครูจำนวนมากทั่วประเทศที่ต้องถูกกดดันให้ทำอย่างไรก็ได้ให้คะแนนสอบของนักเรียนดีขึ้น โดยไม่ได้ดูความพร้อมของนักเรียนในแต่ละพื้นที่ที่ไม่เท่ากัน ผลก็คือ การต้องติวสอบกันอย่างมากมายก่อนจะสอบวัดระดับ การติวเพื่อสอบไม่อาจให้คุณค่าอย่างแท้จริงในการเรียนรู้ได้เหมือนกับการเรียนเพื่อให้เข้าใจ แทนที่เด็กๆ จะได้รับความรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ของตัวเองกลับต้องมาติวข้อสอบ ฝึกฝนทำข้อซ้ำๆ เพื่อให้ได้คะแนนดีๆไปรายงานผู้ใหญ่ 

 

ฟินแลนด์ไม่ได้เอาเป็นเอาตายกับการสอบ แต่ประเมินความรับผิดชอบตลอดการเรียนของตัวเองแทน

 

การศึกษาของฟินแลนด์ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดการศึกษาที่ดีสุด เด็กๆ ฟินแลนด์ไม่ได้ต้องใช้ชีวิตตั้งหน้าตั้งตาติวสอบเพื่อจะได้ยกระดับคะแนนตัวเองเพื่อประเทศ แต่กลับได้โอกาสในการเล่น การคิดอิสระ และโอกาสในการรับผิดชอบการเรียนของตัวเองไม่ได้เป็นผู้รอรับความรู้ นั่นหมายถึงความ คุณครูเป็นผู้ชี้ช่องแนะนำแต่เด็กๆ มีโอกาสที่จะศึกษาตามความสนใจโดยมีคุณครูที่พร้อมจะสนับสนุน 

 

ระบบโรงเรียนในฟินแลนด์ได้ชื่อว่า “ดีเหมือนกันหมด” คือไม่ต้องแข่งขันว่าโรงเรียนแห่งไหนดีกว่า คะแนนสูงกว่า เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องคะแนนเพื่อแข่งขันกับใคร คุณครูจึงมีอิสระได้สร้างสรรค์พัฒนาเด็กๆตามศักยภาพภายในหลักสูตรเดียวทั้งประเทศ ศักยภาพของคุณครูที่มีโอกาสได้คิดสร้างสรรค์พัฒนาอยู่เสมอยิ่งทำให้ คุณครูเชี่ยวชาญเฉียบคมและทำงานอย่างมีความสุขในการทำงานมากขึ้นเพราะได้พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

 

ศักยภาพครูไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า

 

หลายโรงเรียนในต่างจังหวัดที่ ผู้นำ ผู้บริหารมีความเข้าใจให้อิสระและให้โอกาสคุณครูได้ออกแบบการพัฒนาการเรียนการในรูปแบบใหม่ๆ เช่น PBL (Problem-Based Learning), การแจกลูกคำในการสะกดภาษาไทย, การสอนโฟนิกส์แบบไทยๆ, การเรียนแบบโปรเจก หรือแม้แต่การให้เด็กมีส่วนร่วมในการออกข้อสอบ เป็นต้น ทำให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว ศักยภาพของครูต่างจังหวัด ไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติไหนๆ ยิ่งเป็นครูบ้านนอกที่มีความใกล้ชิดในชีวิตลูกศิษย์ดังแม่คนที่สอง ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกศิษย์มีความเข้าใจในการเรียนเพื่อจะได้นำไปใช้ มีอนาคตที่ดีต่อไปด้วยแล้ว หากได้รับโอกาสการเข้าถึงความรู้ นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อไปออกแบบปรับให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เหมาะกับลูกศิษย์จริงๆประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน

 

อยากให้การศึกษาประเทศไทยเปลี่ยน ต้องให้ อาวุธ ครูต่างจังหวัด

 

สังคมมักจะพร่ำบ่นให้ครูต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่เปลี่ยนวิธีการสอนบ้าง โดยลืมสิ่งสำคัญไปว่า คุณครูคือผลผลิตของอดีตที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากวิชาในอดีต (เหมือนกับพ่อแม่นั่นแหละ) อาวุธที่ใช้ก็ยังเป็นอาวุธโบราณ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของคุณครูเลยหากท่านจะไม่สามารถมีวิธีใหม่ๆได้อย่างที่พ่อแม่ (และสังคม) คาดหวัง การแก้ไขที่แท้จริงคือการต้องให้ อาวุธ ที่ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพสังคม และต้องเปิดโอกาสให้คุณครูได้เป็นอิสระ สร้างสรรค์ต่อยอด ยืดหยุ่น ปรับได้ ที่สำคัญ ต้องให้เวลาในการเปลี่ยนแปลง ประเทศฟินแลนด์ใช้เวลาเป็นสิบปีในการปรับเปลี่ยน จนส่ง ปรากฎชัดให้เห็นอย่างปัจจุบัน การศึกษาเหมือนกล้วยไม้ ค่อยๆ เติบโตในช่วงที่ยังไม่ออกดอก ไม่มีใครชมว่าสวย แต่พอออกดอกมา ทุกคนก็ชื่นใจ ถ้าเด็กอนุบาลวันนี้ ได้รับการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นไปค่อยไป เมื่ออายุ 18 ประเทศไทยจะพลิกโฉมแน่นอน 

 

ถ้าภาครัฐจะให้ความสนใจกับการพัฒนาคุณครู โดยเฉพาะคุณครูต่างจังหวัด ด้วยการให้ร่วมเรียนรู้ในหลักสูตรที่ทันสมัย ไม่ใช่แต่สนับสนุนด้วยอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ แทบเล็ต หรืออาคารเรียนใหม่ๆอย่างเดียว เด็กๆจะเป็นผู้ได้รับผลจากสิ่งนี้แน่นอน

 

สำหรับโรงเรียนและครูที่สนใจจะพัฒนาตัวเองโดยไม่ต้องรอภาครัฐ รวมไปถึงผู้ที่คิดว่าอยากจะมีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงการศึกษา คอร์สร้างคุณครูอัจฉริยะ  (Educator Program) คือ อาวุธทางปัญญาที่ดีที่สุดเพื่อให้บุคลากรการศึกษานำไปพัฒนาตัวเองและสร้างเยาวชนรุ่นใหม่เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศต่อไป

 

คลิก line@ @geniusschoolth

 

 

ครูต่างจังหวัด สำคัญกว่าที่คุณคิด (ครูชนบท - ครูบ้านนอก แม่คนที่สองของลูกศิษย์)

พัสชนันท์ คงวณิชกิจเจริญ

INSPIRING LEADER

Global Partner of Genius School Thailand  นักธุรกิจหญิง ผู้ค้นพบเส้นทางประสบความสำเร็จของตนจากการเข้าใจตัวเอง ทำให้เธอมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีธุรกิจมากกว่า 20 ธุรกิจ