การกินเป็นศิลปะสูงสุดของชีวิต

การกินเป็นศิลปะสูงสุดของชีวิต

ช่วงนี้ฟ้ากลับมาดูแลตัวเองโดยเฉพาะการกิน เพราะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับงานมาก ๆ ทำให้กินไม่ค่อยเป็นเวลา อีกทั้งยังชอบกินโกโก้ ชาเขียว ชานมไข่มุก เพราะรวดเร็ว อิ่ม และอร่อย
 

เวลาจะกินอะไรก็เป็นคนเลือกกิน แต่หลายครั้งด้วยความหิวก็เลือกกินที่อยากมากกว่าที่จำเป็นต่อร่างกาย
 

ช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมาฟ้าอยากหันมาดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่อยากสุขภาพดี แต่อยากมี ‘พลังชีวิต’ เพื่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ต่อไปในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย
 

ในยุคปัจจุบันที่ทุกคนมีชีวิตรีบเร่ง ต่อให้มนุษย์ยุคนี้จะมีความสะดวกสบาย แต่ ‘อาหาร’ ที่พวกเราบริโภคกลับไม่ได้ให้พลังที่สดใหม่เพราะผ่านการแช่เย็น ผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ มากมาย
 

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าที่ผ่านมา ฟ้าเลือกกินตามความอยากมากกว่ากินอาหารที่จำเป็นและดีต่อร่างกาย พอเริ่มสังเกตสุขภาพตัวเองก็พบว่าตัวเองอ่อนเพลียง่าย ขับถ่ายไม่ค่อยดี ผื่นขึ้น มีสิว และอ้วน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้กินอะไรเยอะ
 

ฟ้าเริ่มหาข้อมูลและใช้ร่างกายตัวเองเป็นเครื่องพิสูจน์ ทำให้เห็นว่า การกินตามใจปากไม่ได้ส่งผลว่าเราจะอ้วนหรือผอมมากนัก แต่อาหารมีผลต่อสุขภาพของเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แม้กระทั่งสุขภาพจิตของเราก็ขึ้นอยู่กับ ‘วิถีการกิน’ เป็นสำคัญ
 

ฟ้าคิดว่าการกินเป็นศิลปะขั้นสูงสุดของชีวิต เพราะ อาหาร อารมณ์ และสุขภาพมีความเกี่ยวข้องกัน และทั้งสามสิ่งส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการทำงานในแต่ละวัน
 

ยกตัวอย่าง คนที่ชอบกินหวาน เมื่อกินเข้าไปช่วงแรกจะอารมณ์ดี สดใส เพราะระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
 

แต่พอระดับน้ำตาลลด อารมณ์ของเขาก็อาจจะเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด ซึมเศร้าอย่างรวดเร็วเลยก็ได้
 

ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้คนติดหวานมีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้สูงกว่าคนทั่วไป
 

ในสหรัฐอเมริกามีการสำรวจพบว่า อาหารที่อาชญากรกินเป็นนิสัย ได้แก่ อาหารจานด่วน(Fast Food) ขนม ลูกกวาด กาแฟ และน้ำอัดลม
 

ทัณฑสถานเทศบาลเมืองอาลามาดา รัฐแคลิฟอร์เนียลดปริมาณน้ำตาลในอาหารของเยาวชนที่ต้องโทษจำนวน 350 คน ผลปรากฏว่า วัยรุ่นหงุดหงิดงุ่นง่านน้อยลง และสงบขึ้น
 

ตามหลักหยินและหยาง อาหารไม่ได้มีผลแค่ทางกายแต่ยังส่งผลต่อจิตใจด้วย
 

อาหารที่มีหยินเยอะจะทำให้เกิดความสงสัย กลัว อ่อนไหว กังวล และเศร้า ส่วนอาหารที่มีหยางเยอะจะทำให้ก้าวร้าว กระตือรือร้นมากเกินไป
 

อารมณ์ทั้งหลายจะไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อย ๆ แสดงให้เห็นเมื่อสะสมผ่านการกินเข้าไปเรื่อย ๆ การรักษาสมดุลของอาหารที่กินเข้าไปจึงมีความสำคัญมาก
 

ฟ้าหวังว่าสิ่งที่เขียนจะทำให้คนอ่านได้ตระหนักถึงพฤติกรรมของตัวเอง และเพื่อความ productive ในชีวิตของทุกคน
 

ฟ้าอยากให้ทุกคนสนใจที่จะมี ‘ศิลปะในการกิน’ เริ่มต้นจากการสังเกตร่างกายว่าเรากินเพราะอยากกินหรือจำเป็นต้องกินกันแน่

การกินเป็นศิลปะสูงสุดของชีวิต

ครูฟ้า - พอเพ็ญ ประเสริฐศิลป์

FOUNDER

facillitator ที่ช่วยให้เด็กที่เรียนศิลปะรู้จักสื่อสารกับพ่อแม่ที่ไม่เข้าใจว่าการทำงานสายนี้จะสร้างความมั่นคงได้อย่างไร